อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน สวรรค์แห่งธรรมชาติกลางหุบเขา
หากใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาด ที่นี่เป็นที่ตั้งของน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน น้ำตกแจ้ซ้อน จุดชมทิวทัศน์ดอยล้าน ถ้ำผางาม และทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามอีกมากมาย เรียกได้ว่าที่นี่เป็นสวรรค์แห่งธรรมชาติที่รอให้คุณมาสัมผัส
ความเป็นมาของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
ความเป็นมาของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เริ่มต้นจากการที่ป่าไม้เขตลำปางได้มีหนังสือขอกำหนดพื้นที่ป่าบริเวณน้ำตกแจ้ซ้อนเป็นวนอุทยาน เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2524 กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ จึงมีคำสั่งให้นายนฤทธิ์ ตันสุวรรณ นักวิชาการป่าไม้ 6 ไปทำการสำรวจ สรุปได้ว่าสภาพป่าบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีจุดเด่นทางธรรมชาติสวยงามหลายแห่ง มีน้ำตกและบ่อน้ำร้อนตลอดปี เหมาะสำหรับจัดเป็นวนอุทยาน ในปีงบประมาณ 2526 กรมป่าไม้ จึงได้ดำเนินการจัดตั้งวนอุทยานแอ่งน้ำอุ่น (วนอุทยานน้ำตกแจ้ซ้อน) บริเวณน้ำตกแจ้ซ้อน ตำบลแจ้ซ้อน กิ่งอำเภอเมืองปาน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง เนื้อที่ประมาณ 45,000 ไร่ หรือ 75 ตารางกิโลเมตร โดยอยู่ในความดูแลของสำนักงานป่าไม้เขตลำปาง
ต่อมาในปี พ.ศ. 2530 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีเสนอ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 และได้มีหนังสือแจ้งให้กรมป่าไม้ดำเนินการตามสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ นร. 0202/2889 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530
กรมป่าไม้จึงได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีมติในคราวประชุม ครั้งที่ 1/2530 เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2530 เห็นชอบในการยกฐานะเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าแม่สุก ป่าแม่สอย ป่าแม่ตุ๋ยฝั่งซ้าย ป่าแม่ตุ๋ยฝั่งขวา ในท้องที่ตำบลแจ้ซ้อน ตำบลเมืองปาน ตำบลบ้านขอ ตำบลทุ่งกว๋าว อำเภอแจ้ห่ม และตำบลบ้านคำ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เนื้อที่ประมาณ 370,000 ไร่ หรือ 592 ตารางกิโลเมตร ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 105 ตอนที่ 122 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 58 ของประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศและทรัพยากรธรรมชาติ
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนมีสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน เป็นส่วนหนึ่งของสันเขาผีปันน้ำตะวันตก ทอดตัวตามแนวทิศเหนือสู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นเขตแบ่งระหว่างจังหวัดลำปางกับจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 300-2,031 เมตร มียอดเขาสูงที่สุดคือ ดอยลังกา
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนมีสภาพป่าหลากหลายชนิด แบ่งออกได้เป็น 5 ประเภท ได้แก่ ป่าเต็งรัง ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา และป่าเบญจพรรณ ที่นี่มีแหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของหลายอำเภอในจังหวัดลำปาง ทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด เรียกได้ว่าอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติเป็นอย่างมาก
การเดินทางมายังอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ตั้งอยู่ในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดลำปาง ได้แก่ อำเภอเมืองปาน อำเภอเมืองลำปาง อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอวังเหนือ การเดินทางมายังอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน มีเส้นทางหลัก 2 เส้นทาง ดังนี้
เส้นทางที่ 1 : จากตัวเมืองลำปาง
ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 (ลำปาง-ห้างฉัตร) เลี้ยวขวาที่สามแยกบ้านน้ำโท้ง ไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1157 (ลำปาง-ห้วยเป้ง-เมืองปาน) ระยะทาง 55 กม. จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1287 (เมืองปาน-แจ้ห่ม) ประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวซ้าย ไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1252 (ข่วงกอม-ปางแฟน)อีกประมาณ 11 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้าย ตามทางหลวงอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
เส้นทางที่ 2 : จากตัวเมืองเชียงใหม่
ใช้ถนนหมายเลข 1004 ไปทางถนนหมายเลข 11 มุ่งไปตำบลช้างเผือก แล้วขับจาก ถนนหมายเลข 118, ชม.4063 และ ขับต่อไปยังถนนหมายเลข 1252 ไปตำบลแจ้ซ้อน ประมาณ 35 กิโลเมตรจะเจอแยกให้เลี้ยวขวา ขับเข้าไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตรจะพบทำการอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
ภายในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ดังนี้
1. น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติ อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของน้ำพุร้อนประมาณ 70.1 องศาเซลเซียส ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการผ่อนคลายร่างกาย น้ำพุร้อนแจ้ซ้อนมีบ่อน้ำร้อนหลายแห่ง แต่ละบ่อมีอุณหภูมิที่แตกต่างกันไป สามารถเลือกแช่น้ำได้ตามความต้องการ
2. น้ำตกแจ้ซ้อน เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ประกอบด้วยน้ำตก 6 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันไป อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเพียง 1 กิโลเมตร มีทางเดินไปถึงได้สะดวก และสามารถเดินจากบ่อน้ำพุร้อนไปถึงน้ำตกได้เช่นกัน
3. ดอกเสี้ยวบานบ้านป่าเหมี่ยง ดอกเสี้ยวจะเบ่งบานสวยงามในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี สามารถขับรถชมดอกเสี้ยวบานได้ตลอดเส้นทางแจ้ซ้อน-ป่าเหมี้ยง เป็นระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร
4. น้ำตกแม่เปียก เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งต่อจากน้ำตกแจ้ซ้อนเข้าถึงโดยเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 3 กิโลเมตร มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วยชั้นน้ำตก 3 ชั้น ความสูงประมาณ 100 เมตร
5. จุดชมทิวทัศน์ดอยล้าน มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,525 เมตร เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์และขุนเขาและความอุดมสมบูรณ์ของแมกไม้ได้ไกลสุดตา และยังมองเห็นแสงไฟยามค่ำคืนได้ถึง 4 จังหวัด คือ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ และเชียงราย ที่สำคัญยังเป็นจุดชมดวงอาทิตย์ขึ้น-ตก รวมทั้งชมความงามของทะเลหมอกในช่วงฤดูหนาวอีกด้วย
คำแนะนำในการท่องเที่ยว
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ จึงควรได้รับการอนุรักษ์และดูแลรักษาอย่างถูกวิธี นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการท่องเที่ยว ดังนี้
- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนก่อนเดินทาง เช่น เส้นทางการเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยว กฎระเบียบของอุทยานแห่งชาติ
- ปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด
- ระมัดระวังสัตว์ป่า ไม่ควรเดินเข้าไปในป่าลึกเพียงลำพัง
- ควรช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น ไม่ทิ้งขยะลงพื้น ไม่ทำลายพืชพรรณธรรมชาติ เป็นต้น
รีวิวการเที่ยวอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนเป็นที่เที่ยวธรรมชาติที่สวยงามมากๆ น้ำตกแจ้ซ้อนมีความสวยงามตามชื่อ น้ำตกแต่ละชั้นมีความสูงและความสวยงามแตกต่างกันไป น้ำพุร้อนแจ้ซ้อนมีอุณหภูมิสูงถึง 70 องศาเซลเซียส เหมาะมากๆสำหรับใครที่อยากจะผ่อนคลายร่างกาย ขอรับประกันเลยว่าถ้าได้ลองมาเที่ยวชมสักครั้ง จะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย คุณสามารถสัมผัสกับธรรมชาติอันงดงาม ผ่อนคลายร่างกาย และเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมต่างๆ มากมายได้ที่นี่ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนจึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดลำปางที่ไม่ควรพลาดเลย
ที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน